ลองใจ

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

- - - - - - -





ผมก็รู้หรอกนะว่าเขารัก ผมก็รู้หรอกว่าเขาห่วงใยความรู้สึกผม..

แต่ผมเองก็เป็นคนเสียนิสัย เอาแต่ใจ และชอบที่จะ "ลองใจ" คนที่รักผมเหลือเกิน

ทำไมล่ะครับ มันผิดหรือที่เราจะอยากรู้ว่าคนที่รักเรานั้นจะยอมเพื่อเราแค่ไหน จะทนด้านแย่ๆของเราได้ถึงที่สุดแค่ไหน และจะทุ่มเทเพื่อเราแค่ไหน

เพราะทั้งหมดนี้มันบ่งบอกได้ว่าเขา "รัก" เราแค่ไหน.. ไม่ใช่หรือ?

ผมถือว่าผมมีสิทธิ์ที่จะทำนะ ผมเชื่ออย่างนั้น..

ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ





วันดีคืนดี ผมก็แกล้งปิดโทรศัพท์ให้เขาติดต่อไม่ได้เสียอย่างนั้น ทั้งๆที่รู้ว่าเขาต้องโทรศัพท์มาหาผมทุกวัน เพื่อถามว่าผมกลับถึงบ้านเรียบร้อยดีไหม และกล่าวราตรีสวัสดื์ผมก่อนนอน

ทุกครั้งที่ปิดโทรศัพท์ ผมอดรู้สึกมีความสุขลึกๆไม่ได้ เมื่อนึกถึงว่าเขาจะกระวนกระวายเป็นห่วงผมอย่างไร รู้ว่ายามเปิดโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง ก็จะมีข้อความส่งมาจากเขาหลายข้อความ เพื่อถามว่าผมอยู่ไหน เป็นอย่างไร ทำอะไรอยู่ และเขาเป็นห่วงผมเหลือเกิน

เมื่อถึงเวลาที่ผมเปิดโทรศัพท์ ผมก็ยังไม่เป็นฝ่ายโทรศัพท์ไปหาก่อน ผมรอจนกว่าเขาจะโทรศัพท์มา แล้วเมื่อรู้ว่าเป็นเขาโทรมา ผมก็จะรอให้โทรศัพท์ดังนานแสนนานก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปรับ แล้วกรอกเสียงทักทายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อเขาได้ยินเสียง ผม เขาก็จะต้องถามคำถามมากมายด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูโกรธปนโล่งใจ เทศนาผมยืดยาวว่าทีหลังหัดบอกกล่าวกันเสียบ้าง รู้ไหมว่าคนเป็นห่วง

ผมบอกว่าไม่เป็นไรหรอก แล้วก็จี้ด้วยคำพูดที่จงใจยั่วยุอีกว่าต่อให้เป็นอะไรไปจริงๆ ก็จะแค่ขอความช่วยเหลือให้เขามาดูศพผมเท่านั้น คงไม่เป็นการรบกวนมากใช่ไหม

เขาโวยวาย บอกว่าพูดแบบนี้ได้อย่างไร ทำไมถึงช่างสรรหาสิ่งมาพูดให้เขากระวนกระวายยิ่งนัก

ผมเฉย.. ได้แต่ยิ้มของผมเงียบๆ

โชคดีที่เขาไม่เห็นสีหน้าผม ไม่อย่างนั้นเขาคงรู้ว่าผมดูมีความสุขและสะใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ทำให้คนคนหนึ่งรักผมมากพอ.. จนไม่ว่าผมจะกระดิกตัวทำอะไร ก็สามารถกำหนดให้เขาเป็นทุกข์หรือมีความสุขไปได้เสียทั้งหมด





วันดีคืนดี เมื่อเราไปอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายด้วยกัน ผมก็อาจหันไปคุยกับคนข้างๆด้วยสายตาหยาดเยิ้มเสียอย่างนั้น แม้จะไม่ได้รู้สึกว่าผู้ชายคนที่ว่านั้นน่าสนใจแต่อย่างไรเลย

แต่ผม ก็ "ตั้งใจ" และ "จงใจ" ทำ เพราะผมอยากจะดูปฏิกิริยาของเขา ผมอยากจะรู้ว่าผม "มีค่า" แค่ไหนในสายตาเขา ผมอยากให้เขาหึง อยากให้เขาแสดงออกว่าผมสำคัญกับเขาที่สุด และถ้าเขาเฉย ผมก็จะยิ่งหว่านเสน่ห์เรี่ยราดหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะทำอะไรสักอย่าง

เมื่อเขาตกหลุมพราง แสดงอาการไม่พอใจหรือโมโห ผมก็จะพอใจอยู่ลึกๆ เมื่อทราบดีว่าผมยังเป็นที่ต้องการของเขาอยู่ และผมจะสะใจยิ่งนักถ้าได้โจมตีด้วยการต่อว่าเขา ว่าเขานั้นขี้หึงไม่เข้าท่า ใจแคบและคิดมากไปเอง

ผมสนุกเหลือเกินกับการได้เห็นเขาร้อนรุ่ม กลัวว่าเขาจะเสียผมไป มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกที่ทำให้เขาเกิดความไม่มั่นใจได้ว่าเขาอาจไม่ดีพอ สำหรับผม และผมยังมีสิทธิ์เลือกใครต่อใครที่ไม่ใช่เขา

ผมสาแก่ใจกับ การที่ได้เห็นเขาร้อนรนกระวนกระวาย พยายามทำโน่นทำนี่ให้ผมพอใจ ให้ผมรัก ให้ผมรู้สึกว่าเขานั้นดีพอสำหรับผม เพื่อที่ผมจะได้ไม่มองใครอื่น.. และไม่จากไปไหน

สิ่งดีใดๆที่เขาทำ ผมไม่เคยชื่นชมหรือบอกว่ามันดี ผมข่มเขาเสมอด้วยการบอกว่าเพื่อนและครอบครัวผมทำให้ผมมากมายกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า และถ้าเขารักผม เขาต้องทนและทำให้ได้เท่านั้น.. หรือมากกว่านั้น

ยิ่งเห็นเขาไม่เป็นสุข ผมก็ยิ่งสบายใจ..

ผมได้เรียนรู้ว่าการที่ผมทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่เคยทำเพื่อผมได้ดีพอนั้น มันก็เป็น "อำนาจ" อย่างหนึ่ง เพราะมันกลายเป็นโซ่ตรวนที่หน่วงเหนี่ยวเขาไว้ ให้เขาตะเกียกตะกายพิสูจน์อยู่เรื่อยในทุกทางว่าเขานั้นดีพอและได้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อผมแล้วจริงๆ

แต่เมื่อเขาทำได้ดังที่ผมต้องการ ผมก็จะเรียกร้องมากขึ้น.. ไม่เคยพอใจ เพราะถ้าเขาดีพอในสายตาผมเมื่อไร ผมก็จะไม่มีอำนาจต่อรองใดๆอีก

ผมจึงต้องเล่นเกมนี้ต่อไป เพื่อให้ผมอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าโดยไม่มีวันสิ้นสุด





เวลาที่ผมทำสิ่งใดผิด.. ชนิดที่รู้แก่ใจว่าผิดและไม่อาจแก้ตัวได้ ผมก็ไม่เคยคิดจะเอ่ยคำขอโทษ

ทำไมผมต้องขอโทษ? ถ้าเขารักผม เขาก็ต้องรับผมได้ ยอมผมได้ และทนผมได้ไม่ใช่หรือ?

ผมบอกกับเขาง่ายๆว่า ผมเป็นของผมอย่างนี้ ถ้าไม่พอใจก็บอกมาตรงๆว่าไม่ต้องการ ผมยินดีเดินจากไป เพราะผมรู้ว่าเขาไม่มีวันจะบอกให้ผมไป เขารักผมเกินกว่าที่จะพูดคำนั้นออกมา จุดอ่อนข้อนี้ของเขาจึงเอื้อประโยชน์แก่ผมยิ่งนัก

ทุกครั้งที่ผมท้าทายให้เราเลิกกัน แล้วเขาเป็นฝ่ายอ่อนข้อให้ ผมก็จะลำพองใจและรู้สึกว่าตัวเองสำคัญยิ่งนัก ร้ายกาจเสียขนาดนี้เขายังทนผมได้ มันสุขใจเสียเหลือเกินที่ได้เป็นฝ่ายชนะในทุกสถานการณ์ เงื่อนไข และกรณี

หัวใจผมพองโตด้วยความระเริง เมื่อรู้ว่าเขายอมผมเสมอและผมจะทำอย่างไรก็ได้ เพราะเขากลัวผมจะเสียใจหรือบอบช้ำยิ่งกว่าสิ่งใด

และแม้ผมจะผิด เขาก็เป็นฝ่ายขอโทษทุกครั้ง ขอโทษที่ทำให้ผมไม่พอใจ ที่ทำให้ผมโกรธ ที่ทำให้ผมเสียใจ แม้ว่าความรู้สึกเหล่านั้นผมจะชักใยมันขึ้นมาเองก็ตาม และเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายติดกับ

คำท้าให้เราเลิกกัน คำขู่ที่บอกว่าผมจะเป็นฝ่ายไป จึงเป็นคำติดปากที่ผมยกมาเป็นไม้ตายยามที่เรามีเรื่องระหองระแหงกันเสมอ เพราะผมรู้ว่าผมใช้ทีไรแล้วได้ผล ต่อให้เขาจะโกรธผมเพียงไร เขาก็ไม่เคยโกรธผมมากพอที่จะไม่ง้อ หรือไม่แสดงออกว่าเขายังอยากให้ผมอยู่เคียงข้าง

เวลาเขาลนลาน คิดหาหนทางให้เราคืนดีกัน ผมรู้สึกเหมือนยืนมองดูหนูถีบจักรโง่ๆตัวหนึ่งที่อยู่ในกรง แต่ออกแรงอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะคิดว่าการถีบจักรสุดแรงจะทำให้มันออกไปจากกรงนั้นได้

ไม่มีอะไรจะทำให้ผมสุขใจ สะใจ และอิ่มเอิบใจไปกว่าการได้รู้ว่าผมบังคับเขาได้ และยังสามารถใช้อำนาจในแบบของผมกระชากเขาไว้ในเงื้อมมือ.. ชนิดที่เขาไม่รู้ตัว





กาลเวลาผ่านไปนานเท่าไร ผมยังคงเป็นผู้คุมเกมเหมือนเดิม ผมยังสนุกกับการขู่เข็ญบังคับเขาในแบบของผม โดยมีความรักของผมต่อเขาที่ผมจะเอาคืนเสียเมื่อไรก็ได้.. เป็นเดิมพัน

เขาช่างเปราะบางในสายตาผม และในบางครั้งก็ดูเหมือนจะโง่จนน่าสมเพช แต่ผมก็อดเพลิดเพลินไม่ได้กับความโง่ของเขาที่เกิดขึ้นเพราะเขารักและบูชาผม

ผมผยองทุกครั้งยามเห็นแววตาของเขามองมาที่ผมอย่างอ้อนวอนและสิ้นหวัง ราวกับเขาต้องการถามผมว่าเมื่อไรเขาจึงจะดีพอ..

ความผยองนั่นทำให้ผมมองไม่เห็นความอ่อนล้าในแววตาคู่นั้น และไม่สังหรณ์แม้แต่นิดว่าความรักท่วมท้นที่ผมเชื่อว่าไม่มีวันหมด บัดนี้กลับแห้งขอดลงอย่างน่าใจหาย..





ในวันนี้.. แม้ผมจะแกล้งปิดโทรศัพท์หลายๆวันติดกัน เขาก็ไม่แม้แต่จะส่งข้อความมา

ในวันนี้.. แม้ผมจะเป็นฝ่ายโทรศัพท์ไปหา เขาก็รับอย่างเสียไม่ได้ และพูดด้วยเสียงไม่ยินดียินร้าย

ในวันนี้.. แม้ผมจะบอกว่าผมไม่ได้ทานอะไรมาหลายวัน ปวดท้อง ซ้ำยังร้องไห้จนดูไม่ได้ เขาก็ได้แต่เงียบ..

ผมถามเขาว่าไม่เป็นห่วงผมแล้วหรือ?

เขายังคงเงียบ..





ในวันนี้.. แม้ผมจะคุยกับคนอื่นอย่างไร พยายามยั่วให้เขาหึงอย่างไร เขาก็เมินหน้ามองไปทางอื่นด้วยความเบื่อหน่าย

ในวันนี้.. แม้ผมจะเป็นฝ่ายลุกเดินตามเขาต้อยๆ เขาก็เพียงแค่หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ไม่อยู่สนุกกับผู้ชายคนนั้นต่อล่ะ?"

ในวันนี้.. แม้ผมจะฟูมฟาย กล่าวโทษว่าเขาไม่ดีเพียงไหน เขาก็ฟังได้โดยไม่สะทกสะท้าน ซ้ำยังไม่มีอาการลนลานเหมือนก่อน

ในวันนี้.. แม้ผมจะต่อว่าเขา ว่าไม่เคยมีใครทำกับผมถึงขนาดนี้ ใครต่อใครต่างก็ถนอมและตามใจผม เขาก็เพียงแค่ตอบเรียบๆว่า "คุณก็กลับไปอยู่กับคนที่คุณบอกว่าเขารักคุณและทนคุณได้นักหนาสิ"

ผมถามเขาว่าไม่ต้องการผมแล้วหรือ?

เขาตอบผมว่าในเมื่อผมไม่เคยเห็นเขาดีพอ ทำอะไรก็ไม่เคยเป็นที่พอใจ แล้วคนอย่างเขาจะมีสิทธิ์มาเรียกร้องว่า "ต้องการ" ผมได้อย่างไร..





ในวันนี้.. แม้ผมจะเป็นฝ่ายขอโทษ อ้อนวอน ง้อและขอคืนดีก่อน เขาก็ไม่สนใจที่จะฟังคำอธิบาย

ในวันนี้.. แม้ผมจะตกใจและเสียใจกับการะกระทำที่เมินเฉยของเขา เขาก็ไม่ปริปากขอโทษหรือปลอบประโลมผมสักคำ

ผมไม่กล้าท้าให้เราเลิกกันอีก เพราะครั้งสุดท้ายที่ผมบอกว่าผมจะไปจากเขานั้น เขาตอบผมมาสั้นๆว่า "ก็ไปสิ"

แววตาเขาดูเจ็บปวด..

"ถ้าอยากเลิกกันนัก อยากไปจริงๆ ทำไมไม่ไปเสียที ต้องมาโยนความรับผิดชอบให้ผมเป็นฝ่ายเอ่ยปากบอกให้คุณไปทำไม หรือตลอดเวลาคุณก็แค่อยากจะลองใจผม แค่อยากจะให้ผมอ้อนวอนว่าอย่าไปไหน เพื่อที่คุณจะได้เห่อเหิมเหมือนเคยว่าอย่างไรผมก็เป็นฝ่ายยอม?"

"ผมเกลียดวิธีของคุณที่สุด คุณก็เอาแต่สนองความต้องการตัวเอง ห่วงแต่ว่าตัวเองจะเป็นที่รักแค่ไหน มีใครสักคนยอมคุณแค่ไหน ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกอีกฝ่ายเลย"

ผมร้องไห้..

ผมถามเขาว่าไม่รักผมแล้วหรือ?

เขาตอบผมว่า ถ้ารักคือการที่เขาต้องทนให้ผมโขกสับ ยอมให้ผมข่มและขู่จนเขารู้สึกเหมือนทำอะไรไปไม่มีดีสักอย่างล่ะก็..

ใช่.. เขาไม่รักผมแล้ว

"แต่ผมรักคุณ"

ผมสะอื้น..

"ผมอยากเชื่อคุณ"

เขาตอบ

"แต่ใจผมมันแหลกสลายไปแล้ว ดังนั้นในตอนนี้คุณจะให้ความรู้สึกใดผมมา ผมก็คงรับไว้ไม่ได้"

เขาเดินมาใกล้ ก้มลงมอง..

"ไม่อยากให้ต้องจบอย่างนี้ แต่.."

เสียงเขาราบเรียบ.. ไร้ความรู้สึก

"แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่น ผมฝืนความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ถ้าผมยังยืนอยู่ข้างคุณ ก็จะกลายเป็นว่าผมโกหกทั้งคุณ.. และตัวเอง"

ผมเห็นเขายิ้มอย่างขมขื่น

"ลาก่อน"





ผมก็รู้หรอกนะว่าเขารัก ผมก็รู้หรอกว่าเขาห่วงใยความรู้สึกผม..

แต่ผมเองก็เป็นคนเสียนิสัย เอาแต่ใจ และชอบที่จะ "ลองใจ" คนที่รักผมเหลือเกิน

ทำไมล่ะครับ มันผิดหรือที่เราจะอยากรู้ว่าคนที่รักเรานั้นจะยอมเพื่อเราแค่ไหน จะทนด้านแย่ๆของเราได้ถึงที่สุดแค่ไหน และจะทุ่มเพื่อเราแค่ไหน

เพราะทั้งหมดนี้มันบ่งบอกได้ว่าเขา "รัก" เราแค่ไหน.. ไม่ใช่หรือ?

ผมถือว่าผมมีสิทธิ์ที่จะทำนะ ผมเชื่ออย่างนั้น..

ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ

และเพราะผมเลือกที่จะรักษาความเชื่อนั้น เพราะผมไม่ปรารถนาจะเปลี่ยนความคิด ผมจึงต้องแลกกับการสูญเสียบางอย่างไป





จนตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าความเชื่อของผมผิด หรือเพราะเขาไม่ดีกับผมมากพอ ไม่รักผมมากพอ..

ทุกอย่างช่างสับสน..

'ผมไม่เคยดีพอ แล้วคุณจะมารั้งผมไว้เพื่ออะไร?'

'ถ้าผมทำอะไรไปแล้วมีแต่ทำให้คุณเสียใจ มีแต่ทำให้คุณมองว่าผมเป็นคนใจร้าย แล้วคุณจะยังต้องการผมทำไม?'

ก็ถูกของเขา ถ้าเขาไม่ผ่าน "บททดสอบ" ของผม เขาทุ่มเทให้ผมไม่มากพอ เขาไม่ดีพอ ผมก็ไม่เห็นจะต้องเสียใจ..

แต่ทำไม..

ทำไมเมื่อเขาจากไป ผมถึงเจ็บปวดเหลือเกิน?





เกมลองใจที่ผมเคยเชื่อว่าเป็นวิธีควบคุมเขาได้ ที่แท้ก็เป็นแค่ภาพมายาที่ผมสร้างมาหลอกตัวเองเท่านั้น

เพราะ ในความเป็นจริงแล้วผมควบคุมอะไรไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจของเขาที่เดินจากไป ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ปวดหนึบในหัวอก ไม่ว่าจะเป็นความรักของเราที่พังลงไม่เป็นท่า..

ผมลองใจเขา คาดหวังให้เขาทำให้ผมรู้ว่าเขารักผมมากแค่ไหน โดยที่ผมลืมไป ว่าใจคนไม่ใช่อะไรที่เราจะเที่ยวเอาไว้ทดลอง

ผมลืมคิดไปจริงๆ ว่าใจคนเป็นสิ่งบอบบาง..

ที่เมื่อเกิดรอยร้าวแล้ว ก็ยากนักที่จะกลับเป็นดังเดิม





::: The End :::::::

 
R's Journal - by Templates para novo blogger