วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551
- - - - - - -
Alternative consequence inspired by "Never Let Love Go"
- - - - - - -
Relationships are like glass. Sometimes it's better to leave them broken than try to hurt yourself putting it back together.
- Author Unknown
แม้ว่าฝนจะตกหนักและไม่มีร่ม แต่คาสึโอะก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น..
".........."
เงยหน้ามองหน้าต่างบานที่สามจากซ้ายมือของชั้นสอง ด้วยหวังว่าจะเห็นแสงไฟลอดออกมา.. แต่ก็พบว่าห้องยังคงมืดสนิท
อีกนานไหมกว่าโยริจะกลับมา?
ฝนยังคงตกหนักและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดง่ายๆ..
โยริส่งผ้าขนหนูให้หลังจากที่คาสึโอะเดินออกมาจากห้องน้ำโดยไม่พูดอะไร
ชั่วขณะนั้นคาสึโอะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาแม้จะเป็นช่วงเวลาไม่กี่นาที เพราะมันทำให้เขานึกถึงอดีต..
อดีตที่โยริเคยเตือนให้เขาเช็ดผมให้แห้งหลังอาบน้ำเสร็จ อดีตที่เขาเคยสวมชุดนอนของโยริแบบนี้.. อดีตที่เขาเคยนอนค้างและพักผ่อนอยู่ที่นี่ราวกับเป็นบ้านหลังที่สอง
อดีตที่เขาอยากได้คืนมาเป็นที่สุด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
คาสึโอะเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูผืนนั้นช้าๆ..
"นายมารอตั้งแต่เมื่อไหร่?"
โยริถาม มองผ่านมูลี่และกระจกหน้าต่างออกไปเบื้องล่าง ราวกับว่าคาสึโอะยังยืนอยู่ที่นั่น
"ไม่นานนักหรอก.."
อีกฝ่ายตอบเลี่ยงๆ
"ถ้ารู้สึกไม่สบายก็ทานยาด้วยแล้วกัน"
คนฟังบอกเท่านั้น ไม่เซ้าซี้อะไรอีก
โยริต้อนรับให้เขาเข้ามาในบ้าน เอาฟูกนอนมาปูให้โดยไม่มีท่าทีกระอักกระอ่วนใจที่เขาถือวิสาสะมาโดยไม่บอกกล่าว
แต่หลังจากจัดแจงห้องให้เป็นที่นอนสำหรับสองคนได้ ชายหนุ่มก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ริมหน้าต่าง มุมเดิมที่เจ้าตัวเคยบอกว่าสบายและอุ่นที่สุดในบ้าน ท่าทางที่สงบและเป็นสุขนั้นดูราวกับว่าอยู่ตัวคนเดียว.. ไม่มีคาสึโอะ
"โยริ.."
คาสึโอะรวบรวมความกล้าหลังจากที่นั่งเฉยอยู่นาน
"หืม?"
โยริตอบด้วยเสียงในลำคอ สายตายังไม่ละจากหน้าหนังสือ
"ฉันอยากคุยกับนาย"
".........."
"เรื่องของเรา.."
คาสึโอะไม่กล้ามองอีกฝ่าย แต่รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มคนนั้นกำลังขยับตัวอย่างอึดอัดใจ
"มันเป็นไปไม่ได้จริงๆหรือที่เราจะเริ่มต้นกันใหม่?"
รู้สึกได้ถึงมือตัวเองที่เย็นเฉียบ..
"ฉัน.."
พูดได้เพียงเท่านี้ น้ำตาเขาก็เอ่อท้นออกมา
เวลาผ่านไปนานเท่าไรคาสึโอะไม่อาจทราบได้
แต่รู้ตัวอีกทีโยริก็ย่อตัวลงตรงหน้าเขา พร้อมส่งกระดาษทิชชูให้
ห้องทั้งห้องมืดสนิทแล้ว แต่ไม่มีใครหลับตาได้ลง
โยริฟังเขาพูด ฟังเขาขอโทษ ฟังเขาชี้แจงในทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจได้สร้างความเข้าใจผิดในอดีตจนแทบจะไม่มีเรื่องใดเล็ดลอดไปได้
แต่โยริก็ยังคงเงียบ
".........."
ถูก คนเรารักกันย่อมให้อภัยกันได้
แต่เมื่อให้อภัยแล้วจะรักได้เหมือนเดิม จะยังคงดำรงความสัมพันธ์ได้เหมือนเดิมหรือไม่.. นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
"คาสึโอะ.."
โยริพูดขึ้นมาในที่สุด
"นายไม่จำเป็นต้องขอโทษอะไรฉันอีก ฉันรู้ว่านายไม่ได้ตั้งใจ และทุกวันนี้ฉันเองก็ยังมีความรู้สึกดีๆให้นายเสมอ"
พวกเขาต่างก็เจ็บปวดพอกัน เรื่องนั้นโยริทราบดี..
"แต่ฉันก็อยากให้นายเข้าใจความรู้สึกของฉันด้วย ว่าฉันไม่อาจฝืนใจให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ว่าจะปรารถนาแค่ไหน ฉันพยายามแล้วจริงๆ ฉันเองก็อยากให้โอกาสพวกเราอีกสักครั้ง บางทีเวลาอาจช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่.."
ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะฝืนปฏิบัติเหมือนเดิม เมื่อความรู้สึกบางส่วนได้สูญหายไปแล้วอย่างไม่อาจเรียกคืน
รอยร้าวย่อมเป็นสัญญาณธรรมชาติที่นำไปสู่การแตกหัก แต่ทำไมคนเราจึงชอบฝืนคิดว่าจะสามารถประสานให้กลับสู่สภาพเดิมได้?
ความรักของพวกเขาไม่ได้เปราะบางถึงขนาดที่มีอะไรมากระทบเพียงเล็กน้อยแล้วจะบุบสลาย โยริให้อภัยคาสึโอะเสมอ แต่ท้ายที่สุดแล้วการที่เขา 'ให้อภัยเสมอ' นั้นเองที่กลับทำให้รอยร้าวยิ่งหยั่งลึก
หรือจะเป็นความผิดของเขาที่เห็นแก่ความสัมพันธ์ จึงให้อภัยทุกครั้งและยอมให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างง่ายดาย จนส่งผลให้คาสึโอะตาบอดต่อรอยร้าวที่ก่อตัวเรื่อยมา?
และเพราะความรักของพวกเขาไม่ได้เปราะบางถึงขนาดที่มีอะไรมากระทบเพียงเล็กน้อยก็บุบสลาย แรงเหวี่ยงจากคาสึโอะจึงไม่ได้เป็นแค่แรงเบาๆที่ทำให้เปลือกนอกกะเทาะออก แต่เป็นแรงหนักหน่วงซึ่งทรงพลังมากพอที่จะสร้างรอยร้าวได้ ซ้ำยังกระแทกลงมาย้ำที่เดิมหลายครั้ง.. เกินกว่าความแข็งแกร่งของใจคนจะต้านทานไหว
"นายเคยพูดไม่ใช่หรือว่านายรู้อะไรเป็นอะไรดี นายบอกฉันว่าพร้อมจะรับผิดชอบตัวเองและพร้อมจะเคารพความคิดเห็นของฉันเสมอ เพราะฉะนั้น.."
โยริถอนหายใจเบาๆ
"ได้โปรดอย่าคาดหวังให้เราต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกเลย ยิ่งทำไปเราสองคนก็ยิ่งมีแต่จะทรมาน"
ขอโทษนะคาสึโอะ ฉันรู้ใจตัวเองดี และฉันไม่อยากให้นายต้องเหนื่อยเพราะฉันอีกแล้ว
"ยิ่งนายพยายาม ยิ่งนายไขว่คว้า ฝืนจะให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม ฉันก็ยิ่งเจ็บปวด"
เจ็บปวดเมื่อนึกถึงอดีต เพราะยามที่เขาเคยอยู่ข้างคาสึโอะ.. คาสึโอะกลับไม่เคยทะนุถนอมและให้คุณค่า
แม้จะบอกว่ารักแต่ก็ทำให้เจ็บปวดเสมอ เมื่อทำให้เจ็บปวดก็ขอโทษ.. เพียงเพื่อจะทำให้ต้องเจ็บปวดอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง
ทำไมจึงคิดจะพยายาม คิดเสียใจ คิดอยากเริ่มต้นใหม่ ในวันที่ทุกอย่างสายไปแล้ว?
ตัวเขาที่รักและยอมให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่คาสึโอะเท่าที่จะให้ได้ในตอนนั้น คงดูด้อยค่ากว่าตัวเขาที่เด็ดเดี่ยวและยืนกรานกับคาสึโอะในตอนนี้สินะ..
เพราะในตอนนั้นไม่เคยสักครั้งที่คาสึโอะจะพยายามรับรู้ถึงความเจ็บปวดของเขา ไม่เคยสักครั้งที่จะมองเห็นความอดทน ไม่เคยสักครั้งที่จะตระหนักถึงความหมายของคำว่า "ขอโทษ" ที่แท้จริง
ทำไมหรือ..
ทำไมจึงต้องให้หัวใจเขาเจ็บจนชา ไม่อาจรู้สึกรู้สาอะไรได้อีกไม่ว่ารักหรือชัง จึงจะค่อยเข้าใจว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ?
คาสึโอะคิดถึงอดีตแล้วทุกข์ใจเพราะอยากได้วันคืนเหล่านั้นกลับคืนมา
โยริคิดถึงอดีตแล้วขมขื่นใจเพราะวันคืนเหล่านั้นทำร้ายเขาจนเกิดเป็นบาดแผลที่ไม่มีสิ่งใดช่วยเยียวยา..
ในเมื่ออดีตต่างทำร้ายพวกเขาทั้งสองคน.. แล้วจะผูกมัดตัวตนไว้กับอดีตเพื่ออะไร?
"หยุดร้องไห้เถอะ คาสึโอะ"
โยริพูดเบาๆเมื่อได้ยินเสียงสะอื้น
"เชื่อฉันเถอะว่าสิ่งนี้ดีที่สุดสำหรับพวกเราแล้ว"
ยิ่งคาสึโอะยื้อเขาไว้ เขาก็ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งเขาเจ็บปวดเขาก็ยิ่งอยากหลีกหนี กลายเป็นต่างฝ่ายต่างสร้างแผลให้กันและกันไม่สิ้นสุด..
"แต่ฉันพยายามแล้วนะ ฉันจะพยายาม.."
สงสาร เห็นใจ เป็นห่วง.. แต่..
"ฉันจะไม่มีวันเป็นแบบนั้นอีก นายไม่รู้หรือว่าตลอดเวลาที่นายจากไป ฉันเป็นทุกข์แค่ไหน?"
จะทำอย่างไรโยริก็ไม่อาจย้อนเวลาให้ตัวเองกลับคืนสู่ความรู้สึกเดิมๆได้
"ความทุกข์ของนายที่ต้องห่างฉันไป ก็คงไม่ต่างอะไรกับฉันที่ทุกข์เพราะต้องเลือกตัดสินใจแบบนี้"
เราต่างฝ่ายต่างเสียใจอยู่คนเดียวที่ไหน?
"ตัดใจเสียเถอะ คาสึโอะ"
เสียงโยริยังคงราบเรียบ
"นายเกิดมาเพื่อมีความสุข เพื่อมีชีวิตพบเจอผู้คนอีกมากมายที่สามารถรักนายได้มากกว่าฉัน นายไม่ได้เกิดมาเพื่อมีชีวิตอยู่กับฉันเท่านั้น นายจะฉุดรั้งตัวเองไว้กับสิ่งที่ถึงจุดจบแล้วทำไม?"
ความเจ็บที่เกิดขึ้นเพราะอดีต ยังไม่มากเท่าความเจ็บที่เกิดขึ้นเพราะกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ฉันไม่อยากเสียใจอีกแล้ว.. ไม่อีกแล้ว
โยริสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคาสึโอะปิดประตูตามหลังดังปัง..
".........."
ฝนข้างนอกยังตกหนัก น่าเป็นห่วงคนที่ผลุนผลันลุกออกไปทั้งน้ำตา
เขาลุกขึ้นจากฟูกนอน ฉวยร่มมาถือไว้.. หมายจะวิ่งตามคาสึโอะ
แต่เมื่อเดินมาถึงประตู ความรู้สึกในอดีตก็กลับมา..
กี่ครั้งที่คาสึโอะเอาแต่ใจ ใช้อารมณ์กับเขา ให้เขาต้องคอยพะเน้าพะนอจนกว่าจะสาแก่ใจ?
กี่ครั้งที่เขาเหนื่อยล้า กี่ครั้งที่เขาต้องรับมือกับความปรวนแปร..
โยริจำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง แต่เหตุการณ์เหล่านั้นก็สะสมจนเป็นแผลลึกในอารมณ์เขาอยู่จนถึงทุกวันนี้ไม่ใช่หรือ..
".........."
ชายหนุ่มตัดสินใจกดล็อคประตูห้อง วางร่มไว้ที่เดิม แล้วปิดไฟ
หากเป็นเมื่อก่อน ทันทีที่เห็นน้ำตาคาสึโอะ.. เขาคงใจอ่อนและยอมคืนดีเพียงเพื่อจะได้เห็นรอยยิ้มของคาสึโอะอีกครั้งเป็นแน่
แต่ในตอนนี้ ไม่ว่าคาสึโอะจะตากฝนอดทนรอเขานอกบ้านสักกี่ชั่วโมง จะพร่ำวอนขอโทษแกมโน้มน้าวเขา จะร้องไห้จนตาแดงก่ำอย่างไร.. โยริกลับไม่อาจเปลี่ยนความรู้สึกได้
แน่นอนว่าโยริยังอยากให้คาสึโอะเป็นสุข ไม่อยากเห็นผู้ชายคนนั้นต้องมีความทุกข์ แต่ขณะเดียวกันน้ำตา คำพูด และการกระทำใดๆของคาสึโอะก็ไม่มีอิทธิพลต่อใจเขามากเท่าเมื่อก่อน อาจเพราะใจของเขาด้านชาไปตั้งแต่มีแผล จึงไม่ยอมรับรู้อะไรอีกแล้วทั้งสิ้น..
โยริกลับมาที่ฟูก ล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงอก
หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงกระวนกระวาย ผุดลุกผุดนั่งด้วยความเป็นห่วงว่าคาสึโอะอยู่ที่ไหน กลับบ้านอย่างไร จะเจอกับอันตรายยามค่ำคืนไหม และคงพยายามโทรศัพท์หาจนกว่าเจ้าตัวจะรับสาย
แต่ในคืนนี้ เขากลับสงบอย่างไม่น่าเชื่อ
คาสึโอะเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่ต่างจากโยริ คาสึโอะไม่ใช่เด็กเล็กๆที่ไม่รู้ประสา ดังนั้นถ้าคาสึโอะเลือกที่จะตากฝนกลางดึก เลือกที่จะหุนหันพลันแล่นทำตามใจตัวเอง โยริก็ต้องปล่อยให้คาสึโอะรับผลที่จะตามมา ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาจะต้องคอยปกป้องและรับผิดชอบแทนไปเสียทุกอย่าง เพราะคาสึโอะย่อมมีสำนึกผิดชอบชั่วดีไม่ต่างจากเขา.. ย่อมรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่
เช่นเดียวกับการตัดสินใจครั้งนี้ที่โยริเลือกปฏิเสธที่จะเริ่มต้นใหม่ คาสึโอะรู้มาตลอดว่าได้ทำให้เขาเจ็บปวดหลายครั้ง คาสึโอะรู้ว่าได้เคยทำให้เขาเสียใจ แต่ในเมื่อคาสึโอะไม่เลือกที่จะหยุดการกระทำเหล่านั้น คาสึโอะก็ย่อมต้องเข้มแข็งพอที่จะรับผลที่จะตามมาโดยไม่คาดหวังให้โยริต้องแบกรับภาระและบทบาทของผู้ให้อภัยอยู่ร่ำไป หรือปรักปรำว่าโยริเป็นฝ่ายที่ใจร้าย.. ทอดทิ้ง
ถ้าคาสึโอะไม่คิดว่าตนผิด ไม่คิดว่ามีสิ่งใดที่ตนต้องเสียใจ โยริก็เองก็ไม่คิดจะคัดค้านหรือเกลี้ยกล่อมให้ชายหนุ่มคิดเป็นอื่น ตราบเท่าที่ต่างฝ่ายต่างเคารพจุดยืนและทางเลือกของกันและกัน เขาสามารถยอมรับคาสึโอะอย่างที่เป็นได้เสมอ
โยริไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงคาสึโอะ ไม่ได้ต้องการคำขอโทษหรือความรู้สึกเสียใจ เขาไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกนอกจากความสงบของจิตใจ เขาเพียงแค่อยากอยู่นิ่งๆ.. ตามลำพัง ความต้องการนี้คงไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครใช่ไหม
มนุษย์พึงรับผิดชอบในการกระทำของตน จะออกมาดีหรือร้ายอย่างไร ล้วนเป็นผลแห่งการกระทำที่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้าทั้งสิ้น ดังนั้นตัวโยริก็เช่นกัน จากนี้เขาต้องรู้จักรับผิดชอบและปกป้องตัวเอง อย่าให้หัวใจและความรู้สึกที่มีต้องบอบช้ำได้อีก
อิสรภาพทางอารมณ์นี้ช่างมีคุณค่า และที่ดีกว่าความรัก คือการที่เขาไม่ต้องเป็นทุกข์ ไม่ต้องเหนื่อยเพราะความแปรปรวนอันเกิดจากรัก.. อีกต่อไป
แม้หัวใจเขายังคงอ่อนล้า.. แต่จากนี้ไปหลายสิ่งที่เคยทับถมหนักอึ้งอยู่ในอก คงจะค่อยๆทุเลาและจางหายไปสักวัน
ชายหนุ่มหลับตาลง..
แม้จะอ้างว้าง แต่นั่นก็ยังดีกว่าต้องอยู่เคียงข้างกันอย่างเจ็บปวด.. ไม่ใช่หรือ?
:: The End ::::::::
