Irretrievable

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551

- - - - - - -

Alternative consequence inspired by "Never Let Love Go"

- - - - - - -





Relationships are like glass. Sometimes it's better to leave them broken than try to hurt yourself putting it back together.

- Author Unknown






แม้ว่าฝนจะตกหนักและไม่มีร่ม แต่คาสึโอะก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น..

".........."

เงยหน้ามองหน้าต่างบานที่สามจากซ้ายมือของชั้นสอง ด้วยหวังว่าจะเห็นแสงไฟลอดออกมา.. แต่ก็พบว่าห้องยังคงมืดสนิท

อีกนานไหมกว่าโยริจะกลับมา?

ฝนยังคงตกหนักและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดง่ายๆ..





โยริส่งผ้าขนหนูให้หลังจากที่คาสึโอะเดินออกมาจากห้องน้ำโดยไม่พูดอะไร

ชั่วขณะนั้นคาสึโอะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาแม้จะเป็นช่วงเวลาไม่กี่นาที เพราะมันทำให้เขานึกถึงอดีต..

อดีตที่โยริเคยเตือนให้เขาเช็ดผมให้แห้งหลังอาบน้ำเสร็จ อดีตที่เขาเคยสวมชุดนอนของโยริแบบนี้.. อดีตที่เขาเคยนอนค้างและพักผ่อนอยู่ที่นี่ราวกับเป็นบ้านหลังที่สอง

อดีตที่เขาอยากได้คืนมาเป็นที่สุด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

คาสึโอะเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูผืนนั้นช้าๆ..

"นายมารอตั้งแต่เมื่อไหร่?"

โยริถาม มองผ่านมูลี่และกระจกหน้าต่างออกไปเบื้องล่าง ราวกับว่าคาสึโอะยังยืนอยู่ที่นั่น

"ไม่นานนักหรอก.."

อีกฝ่ายตอบเลี่ยงๆ

"ถ้ารู้สึกไม่สบายก็ทานยาด้วยแล้วกัน"

คนฟังบอกเท่านั้น ไม่เซ้าซี้อะไรอีก





โยริต้อนรับให้เขาเข้ามาในบ้าน เอาฟูกนอนมาปูให้โดยไม่มีท่าทีกระอักกระอ่วนใจที่เขาถือวิสาสะมาโดยไม่บอกกล่าว

แต่หลังจากจัดแจงห้องให้เป็นที่นอนสำหรับสองคนได้ ชายหนุ่มก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ริมหน้าต่าง มุมเดิมที่เจ้าตัวเคยบอกว่าสบายและอุ่นที่สุดในบ้าน ท่าทางที่สงบและเป็นสุขนั้นดูราวกับว่าอยู่ตัวคนเดียว.. ไม่มีคาสึโอะ

"โยริ.."

คาสึโอะรวบรวมความกล้าหลังจากที่นั่งเฉยอยู่นาน

"หืม?"

โยริตอบด้วยเสียงในลำคอ สายตายังไม่ละจากหน้าหนังสือ

"ฉันอยากคุยกับนาย"

".........."

"เรื่องของเรา.."

คาสึโอะไม่กล้ามองอีกฝ่าย แต่รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มคนนั้นกำลังขยับตัวอย่างอึดอัดใจ

"มันเป็นไปไม่ได้จริงๆหรือที่เราจะเริ่มต้นกันใหม่?"

รู้สึกได้ถึงมือตัวเองที่เย็นเฉียบ..

"ฉัน.."

พูดได้เพียงเท่านี้ น้ำตาเขาก็เอ่อท้นออกมา





เวลาผ่านไปนานเท่าไรคาสึโอะไม่อาจทราบได้

แต่รู้ตัวอีกทีโยริก็ย่อตัวลงตรงหน้าเขา พร้อมส่งกระดาษทิชชูให้





ห้องทั้งห้องมืดสนิทแล้ว แต่ไม่มีใครหลับตาได้ลง

โยริฟังเขาพูด ฟังเขาขอโทษ ฟังเขาชี้แจงในทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจได้สร้างความเข้าใจผิดในอดีตจนแทบจะไม่มีเรื่องใดเล็ดลอดไปได้

แต่โยริก็ยังคงเงียบ

".........."

ถูก คนเรารักกันย่อมให้อภัยกันได้

แต่เมื่อให้อภัยแล้วจะรักได้เหมือนเดิม จะยังคงดำรงความสัมพันธ์ได้เหมือนเดิมหรือไม่.. นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง





"คาสึโอะ.."

โยริพูดขึ้นมาในที่สุด

"นายไม่จำเป็นต้องขอโทษอะไรฉันอีก ฉันรู้ว่านายไม่ได้ตั้งใจ และทุกวันนี้ฉันเองก็ยังมีความรู้สึกดีๆให้นายเสมอ"

พวกเขาต่างก็เจ็บปวดพอกัน เรื่องนั้นโยริทราบดี..

"แต่ฉันก็อยากให้นายเข้าใจความรู้สึกของฉันด้วย ว่าฉันไม่อาจฝืนใจให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ว่าจะปรารถนาแค่ไหน ฉันพยายามแล้วจริงๆ ฉันเองก็อยากให้โอกาสพวกเราอีกสักครั้ง บางทีเวลาอาจช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่.."

ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะฝืนปฏิบัติเหมือนเดิม เมื่อความรู้สึกบางส่วนได้สูญหายไปแล้วอย่างไม่อาจเรียกคืน

รอยร้าวย่อมเป็นสัญญาณธรรมชาติที่นำไปสู่การแตกหัก แต่ทำไมคนเราจึงชอบฝืนคิดว่าจะสามารถประสานให้กลับสู่สภาพเดิมได้?

ความรักของพวกเขาไม่ได้เปราะบางถึงขนาดที่มีอะไรมากระทบเพียงเล็กน้อยแล้วจะบุบสลาย โยริให้อภัยคาสึโอะเสมอ แต่ท้ายที่สุดแล้วการที่เขา 'ให้อภัยเสมอ' นั้นเองที่กลับทำให้รอยร้าวยิ่งหยั่งลึก

หรือจะเป็นความผิดของเขาที่เห็นแก่ความสัมพันธ์ จึงให้อภัยทุกครั้งและยอมให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างง่ายดาย จนส่งผลให้คาสึโอะตาบอดต่อรอยร้าวที่ก่อตัวเรื่อยมา?

และเพราะความรักของพวกเขาไม่ได้เปราะบางถึงขนาดที่มีอะไรมากระทบเพียงเล็กน้อยก็บุบสลาย แรงเหวี่ยงจากคาสึโอะจึงไม่ได้เป็นแค่แรงเบาๆที่ทำให้เปลือกนอกกะเทาะออก แต่เป็นแรงหนักหน่วงซึ่งทรงพลังมากพอที่จะสร้างรอยร้าวได้ ซ้ำยังกระแทกลงมาย้ำที่เดิมหลายครั้ง.. เกินกว่าความแข็งแกร่งของใจคนจะต้านทานไหว

"นายเคยพูดไม่ใช่หรือว่านายรู้อะไรเป็นอะไรดี นายบอกฉันว่าพร้อมจะรับผิดชอบตัวเองและพร้อมจะเคารพความคิดเห็นของฉันเสมอ เพราะฉะนั้น.."

โยริถอนหายใจเบาๆ

"ได้โปรดอย่าคาดหวังให้เราต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกเลย ยิ่งทำไปเราสองคนก็ยิ่งมีแต่จะทรมาน"

ขอโทษนะคาสึโอะ ฉันรู้ใจตัวเองดี และฉันไม่อยากให้นายต้องเหนื่อยเพราะฉันอีกแล้ว

"ยิ่งนายพยายาม ยิ่งนายไขว่คว้า ฝืนจะให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม ฉันก็ยิ่งเจ็บปวด"

เจ็บปวดเมื่อนึกถึงอดีต เพราะยามที่เขาเคยอยู่ข้างคาสึโอะ.. คาสึโอะกลับไม่เคยทะนุถนอมและให้คุณค่า

แม้จะบอกว่ารักแต่ก็ทำให้เจ็บปวดเสมอ เมื่อทำให้เจ็บปวดก็ขอโทษ.. เพียงเพื่อจะทำให้ต้องเจ็บปวดอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง

ทำไมจึงคิดจะพยายาม คิดเสียใจ คิดอยากเริ่มต้นใหม่ ในวันที่ทุกอย่างสายไปแล้ว?

ตัวเขาที่รักและยอมให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่คาสึโอะเท่าที่จะให้ได้ในตอนนั้น คงดูด้อยค่ากว่าตัวเขาที่เด็ดเดี่ยวและยืนกรานกับคาสึโอะในตอนนี้สินะ..

เพราะในตอนนั้นไม่เคยสักครั้งที่คาสึโอะจะพยายามรับรู้ถึงความเจ็บปวดของเขา ไม่เคยสักครั้งที่จะมองเห็นความอดทน ไม่เคยสักครั้งที่จะตระหนักถึงความหมายของคำว่า "ขอโทษ" ที่แท้จริง

ทำไมหรือ..

ทำไมจึงต้องให้หัวใจเขาเจ็บจนชา ไม่อาจรู้สึกรู้สาอะไรได้อีกไม่ว่ารักหรือชัง จึงจะค่อยเข้าใจว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ?





คาสึโอะคิดถึงอดีตแล้วทุกข์ใจเพราะอยากได้วันคืนเหล่านั้นกลับคืนมา

โยริคิดถึงอดีตแล้วขมขื่นใจเพราะวันคืนเหล่านั้นทำร้ายเขาจนเกิดเป็นบาดแผลที่ไม่มีสิ่งใดช่วยเยียวยา..

ในเมื่ออดีตต่างทำร้ายพวกเขาทั้งสองคน.. แล้วจะผูกมัดตัวตนไว้กับอดีตเพื่ออะไร?





"หยุดร้องไห้เถอะ คาสึโอะ"

โยริพูดเบาๆเมื่อได้ยินเสียงสะอื้น

"เชื่อฉันเถอะว่าสิ่งนี้ดีที่สุดสำหรับพวกเราแล้ว"

ยิ่งคาสึโอะยื้อเขาไว้ เขาก็ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งเขาเจ็บปวดเขาก็ยิ่งอยากหลีกหนี กลายเป็นต่างฝ่ายต่างสร้างแผลให้กันและกันไม่สิ้นสุด..

"แต่ฉันพยายามแล้วนะ ฉันจะพยายาม.."

สงสาร เห็นใจ เป็นห่วง.. แต่..

"ฉันจะไม่มีวันเป็นแบบนั้นอีก นายไม่รู้หรือว่าตลอดเวลาที่นายจากไป ฉันเป็นทุกข์แค่ไหน?"

จะทำอย่างไรโยริก็ไม่อาจย้อนเวลาให้ตัวเองกลับคืนสู่ความรู้สึกเดิมๆได้

"ความทุกข์ของนายที่ต้องห่างฉันไป ก็คงไม่ต่างอะไรกับฉันที่ทุกข์เพราะต้องเลือกตัดสินใจแบบนี้"

เราต่างฝ่ายต่างเสียใจอยู่คนเดียวที่ไหน?

"ตัดใจเสียเถอะ คาสึโอะ"

เสียงโยริยังคงราบเรียบ

"นายเกิดมาเพื่อมีความสุข เพื่อมีชีวิตพบเจอผู้คนอีกมากมายที่สามารถรักนายได้มากกว่าฉัน นายไม่ได้เกิดมาเพื่อมีชีวิตอยู่กับฉันเท่านั้น นายจะฉุดรั้งตัวเองไว้กับสิ่งที่ถึงจุดจบแล้วทำไม?"





ความเจ็บที่เกิดขึ้นเพราะอดีต ยังไม่มากเท่าความเจ็บที่เกิดขึ้นเพราะกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ฉันไม่อยากเสียใจอีกแล้ว.. ไม่อีกแล้ว





โยริสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคาสึโอะปิดประตูตามหลังดังปัง..

".........."

ฝนข้างนอกยังตกหนัก น่าเป็นห่วงคนที่ผลุนผลันลุกออกไปทั้งน้ำตา

เขาลุกขึ้นจากฟูกนอน ฉวยร่มมาถือไว้.. หมายจะวิ่งตามคาสึโอะ

แต่เมื่อเดินมาถึงประตู ความรู้สึกในอดีตก็กลับมา..





กี่ครั้งที่คาสึโอะเอาแต่ใจ ใช้อารมณ์กับเขา ให้เขาต้องคอยพะเน้าพะนอจนกว่าจะสาแก่ใจ?

กี่ครั้งที่เขาเหนื่อยล้า กี่ครั้งที่เขาต้องรับมือกับความปรวนแปร..

โยริจำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง แต่เหตุการณ์เหล่านั้นก็สะสมจนเป็นแผลลึกในอารมณ์เขาอยู่จนถึงทุกวันนี้ไม่ใช่หรือ..

".........."

ชายหนุ่มตัดสินใจกดล็อคประตูห้อง วางร่มไว้ที่เดิม แล้วปิดไฟ





หากเป็นเมื่อก่อน ทันทีที่เห็นน้ำตาคาสึโอะ.. เขาคงใจอ่อนและยอมคืนดีเพียงเพื่อจะได้เห็นรอยยิ้มของคาสึโอะอีกครั้งเป็นแน่

แต่ในตอนนี้ ไม่ว่าคาสึโอะจะตากฝนอดทนรอเขานอกบ้านสักกี่ชั่วโมง จะพร่ำวอนขอโทษแกมโน้มน้าวเขา จะร้องไห้จนตาแดงก่ำอย่างไร.. โยริกลับไม่อาจเปลี่ยนความรู้สึกได้

แน่นอนว่าโยริยังอยากให้คาสึโอะเป็นสุข ไม่อยากเห็นผู้ชายคนนั้นต้องมีความทุกข์ แต่ขณะเดียวกันน้ำตา คำพูด และการกระทำใดๆของคาสึโอะก็ไม่มีอิทธิพลต่อใจเขามากเท่าเมื่อก่อน อาจเพราะใจของเขาด้านชาไปตั้งแต่มีแผล จึงไม่ยอมรับรู้อะไรอีกแล้วทั้งสิ้น..

โยริกลับมาที่ฟูก ล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงอก

หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงกระวนกระวาย ผุดลุกผุดนั่งด้วยความเป็นห่วงว่าคาสึโอะอยู่ที่ไหน กลับบ้านอย่างไร จะเจอกับอันตรายยามค่ำคืนไหม และคงพยายามโทรศัพท์หาจนกว่าเจ้าตัวจะรับสาย

แต่ในคืนนี้ เขากลับสงบอย่างไม่น่าเชื่อ





คาสึโอะเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่ต่างจากโยริ คาสึโอะไม่ใช่เด็กเล็กๆที่ไม่รู้ประสา ดังนั้นถ้าคาสึโอะเลือกที่จะตากฝนกลางดึก เลือกที่จะหุนหันพลันแล่นทำตามใจตัวเอง โยริก็ต้องปล่อยให้คาสึโอะรับผลที่จะตามมา ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาจะต้องคอยปกป้องและรับผิดชอบแทนไปเสียทุกอย่าง เพราะคาสึโอะย่อมมีสำนึกผิดชอบชั่วดีไม่ต่างจากเขา.. ย่อมรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่

เช่นเดียวกับการตัดสินใจครั้งนี้ที่โยริเลือกปฏิเสธที่จะเริ่มต้นใหม่ คาสึโอะรู้มาตลอดว่าได้ทำให้เขาเจ็บปวดหลายครั้ง คาสึโอะรู้ว่าได้เคยทำให้เขาเสียใจ แต่ในเมื่อคาสึโอะไม่เลือกที่จะหยุดการกระทำเหล่านั้น คาสึโอะก็ย่อมต้องเข้มแข็งพอที่จะรับผลที่จะตามมาโดยไม่คาดหวังให้โยริต้องแบกรับภาระและบทบาทของผู้ให้อภัยอยู่ร่ำไป หรือปรักปรำว่าโยริเป็นฝ่ายที่ใจร้าย.. ทอดทิ้ง

ถ้าคาสึโอะไม่คิดว่าตนผิด ไม่คิดว่ามีสิ่งใดที่ตนต้องเสียใจ โยริก็เองก็ไม่คิดจะคัดค้านหรือเกลี้ยกล่อมให้ชายหนุ่มคิดเป็นอื่น ตราบเท่าที่ต่างฝ่ายต่างเคารพจุดยืนและทางเลือกของกันและกัน เขาสามารถยอมรับคาสึโอะอย่างที่เป็นได้เสมอ

โยริไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงคาสึโอะ ไม่ได้ต้องการคำขอโทษหรือความรู้สึกเสียใจ เขาไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกนอกจากความสงบของจิตใจ เขาเพียงแค่อยากอยู่นิ่งๆ.. ตามลำพัง ความต้องการนี้คงไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครใช่ไหม

มนุษย์พึงรับผิดชอบในการกระทำของตน จะออกมาดีหรือร้ายอย่างไร ล้วนเป็นผลแห่งการกระทำที่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้าทั้งสิ้น ดังนั้นตัวโยริก็เช่นกัน จากนี้เขาต้องรู้จักรับผิดชอบและปกป้องตัวเอง อย่าให้หัวใจและความรู้สึกที่มีต้องบอบช้ำได้อีก





อิสรภาพทางอารมณ์นี้ช่างมีคุณค่า และที่ดีกว่าความรัก คือการที่เขาไม่ต้องเป็นทุกข์ ไม่ต้องเหนื่อยเพราะความแปรปรวนอันเกิดจากรัก.. อีกต่อไป

แม้หัวใจเขายังคงอ่อนล้า.. แต่จากนี้ไปหลายสิ่งที่เคยทับถมหนักอึ้งอยู่ในอก คงจะค่อยๆทุเลาและจางหายไปสักวัน





ชายหนุ่มหลับตาลง..

แม้จะอ้างว้าง แต่นั่นก็ยังดีกว่าต้องอยู่เคียงข้างกันอย่างเจ็บปวด.. ไม่ใช่หรือ?





:: The End ::::::::

Insomnia

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551

- - - - - - -

First written 18 August 2008

- - - - - - -





Je ne regrette rien.





มนุษย์เราต้องการมีความรักเพื่อสร้างความสุขให้ตัวเอง หรือต้องการมีความรักเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้หัวใจ?

ผมยังหาคำตอบไม่ได้..





ผมเคยมีความรัก และผมเชื่อว่าผมได้ทำทุกสิ่งที่จะทำให้คนที่ผมรักมีความสุข

แต่ไม่มีใครสักคนให้คำอธิบายผมได้ว่า แล้วน้ำตาและความทุกข์มากมายของคนที่ผมรักนั่นมาจากไหน?

เขาบอกว่ามาจากผม





เมื่อก่อนที่เราจะรักกัน เขากระวนกระวายว่าผมจะไม่รัก

เมื่อเรารักกัน เขากระวนกระวายว่าผมจะหยุดรัก

และเมื่อเราเลิกกัน เขาก็เจ็บปวดเมื่อทุกอย่างต้องยุติลง





เขาอยากให้ผมรักเขา

ผมบอกเขาว่านั่นไม่เคยเป็นสิ่งที่เขาต้องดิ้นรนเลย ผมรักเขาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะรักผมเสียอีก

เขาอยากให้ผมรักเขาอีก

ผมบอกเขาว่าผมรักเขามากแล้วเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักใครได้

เขาอยากให้ผมรักเขามากที่สุด เขาอยากเป็นที่หนึ่งของผม

ผมไม่มีคำตอบให้

แต่นั่นทำให้ผมสงสัยทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีร่วมกัน ว่าเขาเห็นตำแหน่งที่หนึ่งหรือที่สุดนี่สำคัญกว่าหัวใจและความรู้สึกผมหรือไม่?





เขาบอกว่าผมไม่เคยทำให้เขารู้สึกเท่าเทียม เขาบอกว่าอยู่กับผมแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ดีพอ เป็นเด็กโง่ที่ทำอะไรพลาดไปหมด

ผมเงียบ..

เขากังวลแต่ว่าจะทำอะไรให้ผมภูมิใจ จะทำอะไรให้ผมรัก ให้ผมยอมรับเขา จะมีวิธีไหนบ้างที่ทำให้เขาพิเศษในสายตาผม

ผมเสียใจ..

เขาบอกว่าเขายังเด็ก เขาเป็นได้เท่านี้ เขาเหนื่อยที่ต้องวิ่งตามผม ต้องคอยเข้าใจผมอยู่ตลอดเวลา

เขาบอกว่าผมไม่เคยให้เกียรติ นับถือเขา หรือมองเขาว่าเสมอภาคกับผมเลย

ผมไม่มีอะไรจะพูด..




ผมเป็นผู้ชายธรรมดาที่อยากได้ใครสักคนไว้พูดคุย แบ่งเบาทุกข์สุข หัวเราะด้วยกันในเวลาที่อากาศดี และกางร่มไปไหนมาไหนด้วยกันในวันที่ฝนตก อยากได้ใครสักคนที่อาจจะขัดใจผมบ้าง ทำให้ผมโมโหบ้าง แต่ก็ทำให้ผมมั่นใจพอว่าอย่างไรเสียเขาก็รักและยอมรับผมอย่างที่ผมเป็น

ทุกอย่างที่เขาบอกผมมา เป็นเกณฑ์ที่เขาตั้งขึ้นและคิดไปเองว่านั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ เมื่อเขาเป็นไม่ได้ดังใจเขาก็เดือดเนื้อร้อนใจ หรือเมื่อเขาทำได้แต่ผมไม่ได้แสดงความยินดีเขาก็พาลเอาว่าทำเท่าไรผมไม่เคยพอใจ

ผมอยากได้คนธรรมดาที่มีความสุขกับการเป็นตัวของตัวเอง ที่จะไม่เห็นผมเป็นเพียงไม้บรรทัดวัดว่าเขาดีหรือไม่ดีอย่างไร เป็นที่รักหรือเป็นที่ชังแค่ไหน ผมก็มนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น จะมีอำนาจอะไรไปชี้ถูกผิด.. หรือควรไม่ควรได้?

ผมรู้ว่าเขาพยายามทุกอย่าง แต่เขาไม่เคยถามว่าอะไรคือสิ่งที่ผมต้องการ

เขาให้ผมมากมาย แต่เขาไม่เคยหยุดคิดว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ผมอยากได้จริงๆ




ความทรงจำที่ดีเรามีร่วมกันมากมาย แต่ทำไมเขาจึงเลือกฝังใจแต่กับสิ่งที่ทำให้ตัวเองเจ็บปวด?

เขาคิดเพียงแต่ว่าเขาไม่เป็นที่รัก เขาไม่มีความหมายสำหรับผม เขาไม่ใช่คนสำคัญ

แต่เขาไม่คิดสักนิดว่าผมกับเขามีวิธีแสดงออกและเกณฑ์ในใจไม่เหมือนกัน

ผมให้เวลาเขียนจดหมายถึงเขามากกว่าทำงานที่จะนำผมไปสู่ความก้าวหน้าและความสำเร็จ

ผมหมดค่าใช้จ่ายกับของกระจุกกระจิกที่ผมอยากส่งให้เขาเพื่อให้รู้ว่านึกถึงตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมากกว่าของที่ซื้อเพื่อตัวเอง และหมดค่าใช้จ่ายในการพบจิตแพทย์หลังจากที่เราเลิกกันมากกว่าค่าเช่าบ้านรายเดือน

ผมไม่เคยนอนหลับเวลาที่ต้องนอนฟูกเดียวกับใคร แต่ผมก็ทนที่จะไม่นอนทั้งคืนและไปผล็อยหลับเอาเมื่อรุ่งสาง เพื่อให้แน่ใจว่าอย่างน้อยถ้าเขานอนพักอยู่กับผมก็ปลอดภัยกว่าไปนอนคนเดียวที่อื่น

ผมไม่ชอบให้ใครมาที่บ้าน ผมถือว่าเป็นอาณาเขตส่วนตัวของผม แต่ผมก็ยอมแบ่งปันอาณาเขตนั้นกับเขาโดยดี

จดหมายถึงเขามันก็แค่กระดาษเปื้อนหมึก ข้าวของที่ให้ไปก็ไม่ใช่เพชรนิลจินดา เตียงนอนของผมไม่ได้บุด้วยผ้าต่วน และบ้านของผมก็แค่ที่ซุกหัวนอน ไม่ได้มีอะไรให้น่าประทับใจหรือจดจำ..

ที่ผมเลือกจะให้เวลากับเขาแล้วไม่ทำเรื่องที่ควรทำ ปล่อยให้อนาคตตัวเองมุ่งหน้าสู่หายนะ หรือที่ผมจะประสาทเสีย ฟุ้งซ่านจนต้องกลับมาใช้สารเคมีบำบัด ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผม ผมเลือกที่จะทำสิ่งเหล่านั้นเอง ไม่เสียดายและไม่เสียใจที่ได้ทำ หากย้อนเวลากลับไปได้ก็จะทำเหมือนเดิมแม้รู้ว่าตอนจบของเรื่องจะเป็นอย่างไร จึงไม่ปรารถนาให้ใครต้องรู้สึกว่ามันเป็นบุญคุณหรือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่

แต่ที่น่าเศร้าก็คือเขาอาจไม่มีวันรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นที่ผมทำ ที่เขามองว่าก็เป็นแค่การแสดงความรับผิดชอบ แท้จริงแล้วก็มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับไป





เขาไม่สบายใจ เขาอยากพูด อยากระบาย เขามีปัญหา เขาสับสน เขาเป็นทุกข์..

ผมฟัง ผมพยายามช่วยคิดหาทางออกให้เขา ผมแนะนำทุกสิ่งที่ผมคิดว่าดีที่สุด

เขากลับคิดว่าผมเก่งเกินมนุษย์ คิดว่าผมรู้เสมอว่าจะทำอะไร ไม่มีทางเข้าใจเขา สิ่งที่ผมพูดมีแต่จะทำให้เขารู้สึกแย่กับตัวเอง

ผมจึงเงียบ..





เขาอยากฟังความจริง อยากเผชิญหน้า อยากเปิดอกถกปัญหา อยากพูดทุกอย่าง

แต่ทุกครั้งที่ผมพูดในสิ่งที่ผมคิด เขากลับรู้สึกเหมือนถูกทำร้าย

และนั่นก็พาเขาเข้าสู่วงจรเดิมที่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีพอ พยายามเท่าไรก็ไม่มากพอ ไม่เป็นที่รักพอ..

ผมจึงต้องเงียบอีกครั้ง..





และเลือกที่จะเงียบตลอดมา





ถ้าคุณเป็นผมคุณจะทำอย่างไร?

จะเลือกนิ่งไว้ เพื่อที่จะถูกกล่าวหาว่าเพิกเฉย เย็นชา คลุมเครือ อ้อมค้อม

หรือเลือกจะพูดสิ่งที่ใจนึก เพื่อที่จะถูกกล่าวหาว่าทำให้คนคนหนึ่งต้องรู้สึกด้อยค่า ไม่มีอะไรดี

เพราะไม่ว่าทางเลือกไหน ผมก็ผิดแต่แรกทั้งนั้น

ความพยายามที่จะรักษาน้ำใจเขาไม่เคยทำให้เขามีความสุข

ความตรงไปตรงมาเพื่อที่ทำให้เราได้อยู่กันนานๆ.. ก็ทำลายความนับถือตนเองที่เขามี






คนเรามักจะเรียกร้องหาความจริง แต่อาจไม่เข้มแข็งพอที่จะรับฟัง

คนเรามักกระเหี้ยนกระหือรือที่จะทะเลาะ แต่อาจไม่พร้อมจะยอมรับผลที่ตามมาหากตนต้องเป็นฝ่ายยอมจำนน

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผมผิดด้วยหรือที่จะเลือกความสงบ?

ถ้าทะเลาะกันไปแล้วทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม ซ้ำยังแย่กว่าเดิม ผมจะอยากทะเลาะไปเพื่ออะไร..





เมื่อผมเศร้า ผมเหงา ผมเดียวดาย ผมทุกข์ ผมไม่สบายใจ ผมไม่มีทางอื่นนอกจากอดทนไปตามลำพัง

เพราะอย่างไรเสียเขาก็ไม่เคยเชื่อว่าผมจะสามารถทุกข์ได้อย่างเขา เศร้าได้อย่างเขา และเจ็บปวดได้อย่างเขา

เขาคิดว่าผมแข็งแกร่ง คิดทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง มีคำตอบให้กับทุกสถานการณ์

โดยลืมไปว่าเขาเองที่คนนอกดูว่าพร้อมทุกอย่างก็มีความทุกข์เช่นกัน และไม่เคยสักครั้งที่ผมจะมองว่าความทุกข์เขาเป็นเรื่องเล็ก





ผมให้เวลากับความทุกข์ของเขาทางโทรศัพท์ได้ตั้งแต่หัวค่ำยันรุ่งสาง..

และเมื่อวางสาย ผมก็คิดเรื่องของผมต่อเงียบๆ.. คนเดียว

มีเพียงพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นฟ้าเท่านั้นที่ทอแสงให้กำลังใจ





เขาเห็นแก่ตัว เขาไม่ดี เขาไม่ละเอียดอ่อนพออย่างนั้นหรือ?

ไม่ใช่สักอย่าง..

เด็กโง่ที่เขาอุปโลกน์ขึ้นมาคนนั้นก็ไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกของผม เพราะผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแค่เด็ก และผมไม่เคยเห็นเขาโง่

หลายปีแห่งความเงียบและความอึดอัดใจ ผมได้คำตอบว่ามันคือความแตกต่างที่ไม่อาจมาบรรจบกันได้

ผมทรมานกับความรู้สึกที่ไม่ว่าพยายามทะนุถนอมความรู้สึกเขาแค่ไหน ท้ายที่สุดเขากลับเจ็บปวดเพราะผมเสมอ

มีผมอยู่ข้างๆเขาก็ทุกข์ ไม่เคยเป็นสุขเพราะกระวนกระวายอยู่ตลอดเวลาว่าผมจะไม่รักหรือจะเสียผมไป

แล้วผมจะทนสถานการณ์แบบนั้นอยู่ได้หรือ?





แม้การเดินจากมาอาจสร้างบาดแผล แต่อย่างน้อยมันก็จะเป็นบาดแผลครั้งสุดท้ายเพื่อยุติทั้งความรัก ความผูกพัน ความเจ็บปวด และความทุกข์

และใช่ว่าจะมีเขาเพียงคนเดียวที่ต้องทนแบกรับความเจ็บปวดของบาดแผลนี้..





ผมไม่เคยร้องไห้ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าผมจะทุกข์ไปน้อยกว่าคนที่หลั่งน้ำตา

ผมเศร้าที่ทุกอย่างต้องจบลงเช่นนี้ แต่ผมไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ เพราะผมเชื่อว่าผมพยายามทุกอย่างและได้ทำดีที่สุดแล้ว

ผมไม่เสียใจที่เราได้มาเจอกัน ผมไม่เสียใจที่ครั้งหนึ่งเราเคยมีช่วงเวลาดีๆด้วยกัน

และผมก็ไม่เสียใจที่ผมเลือกเดินจากมา เพราะนี่เป็นหนทางเดียวที่ทั้งเขาและผมจะเป็นอิสระได้

อย่างน้อยเขาก็จะเป็นอิสระจากผมที่ทำให้เขารู้สึกไร้ค่าและไม่เป็นที่รัก รอดพ้นจากผมที่ทำให้เขาเหนื่อยล้าตลอด

และผมเองก็จะได้เป็นอิสระจากความรู้สึกที่ทรมาน เพราะต้องทำให้คนคนหนึ่งเป็นทุกข์เสมอไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน





ผมรู้ดีว่าเขาเองก็ไม่เสียใจ ผมมั่นใจว่าเขาต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นและมีความสุขกว่าเดิมเมื่อผมไม่ได้อยู่ตรงนั้น.. คอยบั่นทอนเขาอีกต่อไป





หัวใจอาจจะแตกสลาย ความรู้สึกอาจจะปวดร้าวเกินคำบรรยาย

แต่ผมยังย้ำกับตัวเองว่าผมต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้..

เมื่อนอนหลับสักตื่น ทุกอย่างย่อมดีขึ้น มีใครบอกผมไว้อย่างนั้น





ถ้าเพียงผมสามารถข่มตาหลับได้ลง..





ผมหยิบแผ่นเสียงเก่าเก็บของพ่อออกมา แล้ววางลงบนเครื่องเล่น แตะเข็มอย่างระมัดระวัง

Non, rien de rien
Non, je ne regrette rien
Ni le bien qu'on m'a fait
Ni le mal tout ça m'est bien égal!

Non, rien de rien
Non, je ne regrette rien
C'est payé, balayé, oublié
Je me fous du passé!*






ผมยิ้มให้พระอาทิตย์ดวงเดิม..

สุดท้ายเราก็มีกันอยู่แค่นี้ ใช่ไหม?





:: The End ::::::::





* Je Ne Regrette Rien by Edith Piaf



Lyrics Translation

No, nothing at all
No, I regret nothing
Neither the good things
Nor the bad - they're all the same to me!

No, nothing at all
No, I regret nothing
It's been paid for, swept away, forgotten
I don't give a damn about the past!

 
R's Journal - by Templates para novo blogger