Fallen

วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2551

- - - - - - -

First written 15 May 2008

- - - - - - -





'รุ่นพี่เป็นคนเห็นแก่ตัว!'

ผมสะดุ้งเฮือก ตกใจตื่นเมื่อรู้สึกราวกับมีใครมาตะโกนอยู่ใกล้ๆ..

".........."

ค่อยๆถอนหายใจเมื่อตระหนักว่านั่นเป็นเพียงฝันร้าย แต่หัวใจก็ยังคงเต้นไม่เป็นส่ำด้วยความตกใจ.. หวาดกังวล เหงื่อแตกซึมไปทั่วแผ่นหลังจนเสื้อยืดที่ใช้สวมนอนนั้นเปียกชื้น

ตัดสินใจลุกจากเตียงแล้วเดินตรงไปที่ตู้เย็น หยิบน้ำมาดื่มจากขวดด้วยความกระหาย แล้วเมื่อดื่มเสร็จแล้วก็ยังเอาน้ำที่เหลือมาเทรดลงบนหน้าโดยไม่สนใจว่ามันจะหกลงไปที่พื้นห้อง เพราะอย่างน้อยความเย็นของน้ำอาจช่วยให้ผมสงบลงได้เร็วขึ้น

เหลือบมองดูนาฬิกาก็เห็นว่าเป็นเวลาเพียงตีสองเศษเท่านั้น อีกหลายชั่วโมงกว่าจะรุ่งสาง แต่จะทำอย่างไรดี.. เพราะผมรู้ตัวว่าคงไม่อาจกลับไปนอนหลับได้สนิทแน่ด้วยสภาพอย่างนี้

วางขวดน้ำเปล่าๆไว้บนหลังตู้เย็น ปาดหยดน้ำที่ยังค้างอยู่บนใบหน้าด้วยท่อนแขนลวกๆ แล้วตัดสินใจเดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ เปิดสวิตช์ปุ่มคอมพิวเตอร์ให้ทำงาน

".........."

ผ่านไปครู่หนึ่ง ภาพวอลเปเปอร์บนจอคอมพิวเตอร์ที่ผมเลือกใช้มาเป็นเวลาหลายปีก็ปรากฏขึ้น หากเป็นเมื่อปีก่อนผมคงอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบเด็กหนุ่มที่ยิ้มให้ผมอย่างน่าเอ็นดูในภาพนั้นเหมือนทุกที แต่ระยะหลังนี้.. พอได้เห็นภาพที่ผมรักคราวใดนัยน์ตาผมมีอันต้องหมองลง

แล้วความเจ็บปวดที่ยังคงติดอยู่ในใจก็แผ่ซ่านออกมาอย่างช้าๆ





'อิสุรุจัง..'

ผมพิมพ์คำแรกลงไปในกล่องเขียนข้อความ นานเท่าไรแล้วหนอที่ผมไม่ได้ติดต่อถึงคนที่กำลังนึกถึงอยู่นี้..

'สบายดีหรือเปล่า ที่ทำงานใหม่เป็นอย่างไรบ้าง นานแล้วนะที่เราไม่ได้พบกัน'

แล้วผมก็หยุด เพราะนึกไม่ออกจริงๆว่าจะเขียนอะไรต่อ ได้แต่จ้องมองประโยคสั้นๆนั้นอยู่อีกเป็นนานราวกับว่ายังอ่านหนังสือไม่แตกดี

".........."

ผมตั้งใจจะเขียนอะไรนะ ทั้งๆที่ดูเหมือนว่ามีเรื่องจะพูดมากมายแต่เอาเข้าจริงแล้วกลับเรียบเรียงออกมาไม่ได้เลย

เอื้อมมือไปหยิบซองบุหรี่กับไฟแช็ก แล้วจุดสูบทั้งๆที่ห้องก็ยังเปิดแอร์และหน้าต่างปิดสนิททุกบาน ช่วงเวลากลางเดือนสิงหาคมแบบนี้.. สู้ทนกลิ่นควันเสียยังดีเสียกว่าทนกับความร้อนอบอ้าว ซ้ำเหงื่อที่ซึมออกมาก็ยังไม่แห้งดี และดูเหมือนจะยังซึมออกมาไม่หยุดเสียด้วย

'ผมจะไม่ลืมเลยว่ารุ่นพี่เป็นฝ่ายทิ้งผมไป ไม่มีวัน!'

".........."

ผมเผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว พ่นควันบุหรี่ออกมาแรงๆ ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วตัดสินใจลุกขึ้นยืน จำทุกสิ่งทุกอย่างได้ดีราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน

'คนรักกันไม่มีทางหรอกครับที่จะทำแบบนี้ ผมไม่เชื่อ อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อผมหน่อยเลย รุ่นพี่ไม่อยากอยู่กับผมแล้ว ไม่ต้องการผมแล้ว ผมมันเป็นแค่คนที่สร้างความเดือดร้อนความไม่สบายใจให้ ทำไมไม่บอกมาตรงๆ!?'

จนถึงทุกวันนี้ หากอิสุรุมาถามคำถามเดิมอีกครั้ง ผมก็คงไม่อาจให้คำตอบได้เช่นกัน รู้เพียงแต่ว่าทุกอย่างระหว่างเราต้องเปลี่ยนไป และแม้นั่นจะเป็นเหตุผลที่ดูเหมือนฟังไม่ขึ้น ไม่มีใครเข้าใจ แต่ผมก็รู้ดีว่าการตัดสินใจของผมน่าจะทำให้ทั้งอิสุรุและผมมีความสุขมากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ทุกข์น้อยลง..

ถามว่าเรารักกันมากไหม ผมเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น ทุกวันนี้ผมเองก็ยังรักอิสุรุอยู่ แต่สำหรับอิสุรุนั้นผมไม่ทราบและไม่อาจเดาได้ อย่างไรก็ตาม.. แม้เขาจะไม่รักผมเหมือนเดิม จะเกลียด โกรธ ผิดหวังในตัวผมอย่างไร ผมเข้าใจและไม่อยากไปเปลี่ยนแปลงความคิดของเขา แต่อย่างเดียวที่ผมอยากให้เขารู้คือ ผมรักเขา

รักมาเสมอ.. และจะรักตลอดไป

มันอาจฟังดูเหมือนบทพูดเกร่อๆในละครหรือภาพยนตร์ ราวกับว่าผมเป็นพระเอกผู้เสียสละและแสนดี ทว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด ผมรู้ตัวอยู่เสมอว่าผมไม่ใช่คนดี ผมเป็นคนที่มีข้อเสียมากมาย มีอารมณ์โกรธ มีความเห็นแก่ตัว.. ไม่ต่างจากใครๆ แต่เมื่อมองผ่านเปลือกความไม่ดีทั้งหลายไปแล้ว ผมมั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่าผมรักอิสุรุด้วยความจริงใจ

แม้อิสุรุจะไม่เชื่อคำพูดนี้อีกแล้วนับจากวินาทีที่ผมเป็นฝ่ายจากมา แต่ผมก็ไม่เสียใจ เพราะความจริงก็คือความจริง แม้อิสุรุจะยังมองไม่เห็น หรือปฏิเสธที่จะไม่รับรู้ไปจนชั่วชีวิต แต่ในใจผม.. ความรักที่มีให้อิสุรุจะไม่มีวันหายไปไหน





หลายคนก็ไม่เข้าใจและตั้งคำถามเดียวกับอิสุรุ ว่าหากผมยังรักอิสุรุแล้วทำไมถึงเป็นฝ่ายถอยออกมา คนรักกันย่อมต้องอยากอยู่ด้วยกัน ประคับประคองกัน อดทนเพื่อกันและกันไปตลอด.. ไม่ใช่หรือ?

ใช้เวลานานหลายเดือนทีเดียว กว่าผมจะได้คำตอบให้ตัวเอง มันอาจเป็นคำตอบที่ฟังดูขัดกับหลักการพิสูจน์รักแท้ทั้งหลาย แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกจากใจ

ใช่ ผมรักอิสุรุ แต่ผมก็รักตัวเองมากกว่า..

แรกๆผมไม่อยากจะยอมรับเพราะมันช่างฟังดูเห็นแก่ตัว ฟังดูเหมือนผู้ร้ายอย่างไรชอบกล แต่เมื่อขบคิดแล้วคนเราก็รักตัวเองมากกว่าคนอื่นทั้งนั้นไม่ใช่หรือ? เพราะถ้าเรากำลังจมน้ำกับคนที่เรารัก ขาดอากาศหายใจพอๆกัน ไม่มีทักษะในการว่ายน้ำพอกัน สิ่งแรกที่เราทำก่อนจะนึกถึงคนที่เรารักก็คือตะเกียกตะกายเพื่อให้พ้นน้ำขึ้นมาได้และมีอากาศหายใจใช่ไหม แถมหากไม่มีสติมากพอ เราอาจจะเผลอกดอีกฝ่ายให้จมลึกลงเพื่อตัวเองได้พ้นน้ำเร็วขึ้นก็ได้

ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่เจตนาที่จะทำร้าย.. แต่เป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ล้วนๆ

มีหลายอย่างที่ผมทำเพื่ออิสุรุด้วยเจตนาดี มีหลายสิ่งที่ผมมอบให้อิสุรุไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่ทั้งหมดนั่นก็ไม่ได้แปลว่าผมเป็นเทพบุตรหรือประเสริฐผิดมนุษย์มนา

และตรงจุดนั้นเอง ที่ความเข้าใจของอิสุรุกับความเป็นตัวตนของผมสวนทางกัน

อิสุรุรักผมก็เพราะอิสุรุเชื่อว่าผมเป็นคนดี เป็นคนที่พร้อมจะอดทนและประคับประคองอิสุรุได้ตลอด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม้ผมจะพยายามบอกว่าผมมีข้อเสียมากมาย ผมไม่อยากให้ใครมา 'เทิดทูน' เพราะผมก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา แต่อิสุรุก็ยังคงเชื่อว่าผมจะเป็นในสิ่งที่เขาคาดหวัง..

และเมื่อผมไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เขาก็ผิดหวัง เสียใจ เจ็บปวด จากเรื่องเล็กๆสะสมนานวันก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ จากที่พูดออกมาตรงๆและทะเลาะกันก็กลายเป็นเฉยเสียเพื่อเลี่ยงความขัดแย้ง แต่ผมรู้ดีว่าความไม่พอใจและความโกรธเกรี้ยวนั้นยังคุกรุ่น

อิสุรุไม่เข้าใจว่าผมต้องการอะไรจากเขา เพราะเขาเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามผม ยอมผมอยู่ตลอด ในขณะที่ผมเองก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้อิสุรุเข้าใจว่าผมไม่ได้อยากอยู่ในที่สูงที่เขาแต่งตั้งให้ ผมไม่ได้อยากเป็นฝ่ายบังคับควบคุม หลายโอกาสที่เขาพึ่งพิงผม ต้องการความช่วยเหลือและคำปรึกษาจากผม ผมก็ให้ความเห็นตามที่ผมเห็นว่าดี แต่หากเขาจะไม่ปฏิบัติตามผมก็ไม่เคยบังคับเคี่ยวเข็ญ เพราะผมมองอิสุรุกับตัวผม 'เท่าเทียม' กันมาตลอด

แต่เพราะอิสุรุเลือกที่จะมองว่าผมเหนือกว่า ดีกว่า รู้มากกว่า เข้มแข็งกว่า อิสุรุจึงกำหนดบทบาทและคาดหวังกับผมโดยไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และนานวันความรู้สึกเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ ความรู้สึกว่าผมไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติเขา และผมคิดว่าตัวผมเท่านั้นที่ถูกที่สุด

ทุกวันนี้ผมยังไม่เคยมีโอกาสถามอิสุรุว่าผมทำแบบนั้นจริงๆ หรืออิสุรุเลือกที่จะอยู่ในฐานะผู้ตามแต่แรกกันแน่ เพราะหากอิสุรุอยากให้ผมปฏิบัติต่อเขาอย่างที่เขาต้องการ ทำไมเขาจึงต้องพยายามเป็นในสิ่งที่คิดว่าผมน่าจะชอบ พูดในสิ่งที่ผมอยากจะได้ยิน และทำในสิ่งที่คิดว่าผมน่าจะพอใจ

ทำไมเขาถึงไม่กล้าหาญพอที่จะเป็นตัวของตัวเองเพื่อให้ผมได้รู้จักและยอมรับเขา เพราะผมจะยอมรับเขาได้อย่างไรหากเขาหลีกเลี่ยงที่จะเป็นแม้กระทั่งตัวของตัวเองต่อหน้าผม?

ทุกครั้งที่ไม่เข้าใจกันและอิสุรุตัดพ้อว่าผมไม่เคยเห็นเขาดีสักอย่าง ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาประเมินค่าความรักของผมต่ำไม่ใช่น้อย ถึงได้คิดว่าผมจะรักคนที่ยอมผมและได้อย่างใจผมเท่านั้น

เพราะในความเป็นจริงแล้วผมรู้มาเสมอว่าอิสุรุกับผมนั้นแตกต่างกันมาก แม้มีหลายอย่างที่ผมไม่เข้าใจอิสุรุแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมรักเขาน้อยลง มีแต่อิสุรุเท่านั้นที่คิดไปเองว่าต้องเป็นเช่นนั้นเช่นนี้แล้วจึงจะเป็นที่รัก แล้วพยายามจนตัวเองเหนื่อยล้า..

ความรักก็คือความรัก ผมไม่ได้รักใครสักคนเพราะคนคนนี้พูดจาสุภาพ มารยาทงาม หรือดีไร้ที่ติ เพราะหากใจไม่รักเสียแล้ว.. ต่อให้เป็นเทวดามาเกิดผมก็ไม่สามารถรักได้ เราจะรักคนคนหนึ่งได้เพราะมันเกิดขึ้นโดยธรรมชาติและด้วยความรู้สึกโดยไม่มีเหตุผลใดๆมารองรับ บางสิ่งบางอย่างอาจจะทำให้เรา "ชอบ" หรือ "สนใจ" คนคนหนึ่งมากขึ้น แต่นั่นก็ยังไม่ใช่รัก..

อย่างหนึ่งที่ผมไม่เคยได้บอกอิสุรุก็คือ อิสุรุที่ทำให้ผมรักคืออิสุรุเมื่อแรกพบ เขาสดใส ร่าเริง และไม่หม่นหมองด้วยความกลัวว่าผมจะชอบหรือไม่ชอบอะไรอย่างที่เป็นในระยะหลัง อิสุรุที่ไม่ต้องพยายามอะไรเลยนั่นต่างหาก.. คืออิสุรุที่ผมรักมากที่สุด

คงเป็นความผิดของผมที่ไม่ได้ทำให้อิสุรุเข้าใจว่าสิ่งที่ผมคิด สิ่งที่ผมเชื่อ และสิ่งที่ผมบอกไป ไม่ใช่คัมภีร์หรือกฎเหล็กที่อิสุรุต้องปฏิบัติตามจึงจะอยู่ร่วมกันได้ อิสุรุจึงพยายามมาตลอดที่จะทำดังคำแนะนำของผม และผมเองก็คงไม่ละเอียดอ่อนพอที่จะปรามเสียแต่ต้นๆหรือยั้งการแสดงทัศนคติบางอย่างออกไป อิสุรุจึงเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่ผมเรียกร้องจากเขา

เมื่อเขาเรียกร้องจากผมบ้างและผมไม่ทำตาม.. อิสุรุจึงเจ็บปวด โกรธเคืองอยู่ลึกๆ และโดยที่เราไม่รู้ตัว.. ต่างฝ่ายต่างก็รอเวลาให้ทุกอย่างพังทลาย





ผมกับอิสุรุทะเลาะกันมากขึ้น จากที่ยิ่งทะเลาะยิ่งเข้าใจกัน เริ่มกลายเป็นยิ่งทะเลาะยิ่งห่างเหินกัน จากยิ่งพูดยิ่งอบอุ่นใจ กลายเป็นยิ่งพูดยิ่งเดียวดาย พบกันคราวใดความรู้สึกระแวงว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจก็เพิ่มขึ้นทุกวัน แม้อิสุรุจะยังน่ารักกับผมเสมอต้นเสมอปลาย แต่ความกลัดกลุ้มในดวงตากลับปรากฏชัด แล้วยังจะน้ำตาและเวลาที่เสียไปกับการปรับทุกข์กับคนรอบข้างโดยที่ผมไม่รู้อีกเล่า?

เมื่อผมไม่ทำตามข้อเรียกร้องของอิสุรุ อิสุรุก็เป็นฝ่ายอดทน.. ยอมสงบปากสงบคำเสีย แต่ใจนั้นไม่ได้เป็นสุขเหมือนก่อนแล้ว ความพยายามที่ได้ทุ่มเทในอดีตอาจคอยมาย้ำเตือนอยู่ตลอดว่าเขาทำเพื่อผมมากเพียงใด และผมทำเพื่อเขาน้อยเพียงใด

เรายังอยู่ข้างกันแต่หัวใจกลับยิ่งหนักอึ้ง เพราะทุกครั้งที่อิสุรุไม่สบายใจหรือร้องไห้ ไม่ว่าผมจะพยายามปลอบโยนและทำความเข้าใจอย่างไร ก็จะมีผลเพียงทำให้เราต่างฝ่ายต่างรู้สึกดีขึ้นว่าไม่มีเรื่องค้างคาใจต่อกันแล้วเท่านั้น แต่ไม่นานต่อมาก็จะต้องมีเหตุให้ทะเลาะกันอีก.. ด้วยสาเหตุเดิม ความขุ่นเคืองแบบเดิม การอธิบายชี้แจงทีละสามสี่ชั่วโมงแบบเดิม

เมื่อวงจรเช่นนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ผมจึงเป็นฝ่ายถอยห่างออกมา ห่าง.. จนอิสุรุถามผมว่านี่เราจะต้องเลิกกันแล้วใช่ไหม ถ้าจะเลิกกันขอให้บอกแล้วจะยอมรับทุกอย่าง ผมจึงให้คำตอบไปว่าใช่ นั่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ทว่าเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นจริงๆ อิสุรุกลับไม่ต้องการฟัง

เหตุการณ์หลังจากนั้นเป็นอย่างที่ผมนึกกลัว นั่นคืออิสุรุพยายามทุกอย่างเพื่อที่จะให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ผมจะให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมเพื่ออะไร ในเมื่อสิ่งที่เรามีร่วมกันมานั้นมันตั้งอยู่บนฐานที่แสนจะสั่นคลอนและรอวันถล่มลงมาเท่านั้น?

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมอิสุรุจึงอยากให้ผมกลับไปเป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางใจดังเดิม ทั้งๆที่ตัวเองปรารถนาจะเป็นที่ยอมรับและเท่าเทียมกับผมมากกว่าสิ่งใด แม้ผมจะมองอิสุรุเช่นนั้นมาตลอดแต่อิสุรุไม่เคยเชื่อ หลักฐานชัดเจนก็คือความพยายามที่จะต้องยื้อผมไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวนี่ไม่ใช่หรือ หากอิสุรุเชื่อในตัวเองอย่างที่ผมเชื่อในตัวเขา อิสุรุย่อมไม่ดิ้นรนที่จะพาตัวเองกลับไปอยู่ในสถานะที่ต้องมีใครคอยนำทางดังที่เคยเป็นมา

ผมเองก็ไม่อยากกลับไปอยู่ในสถานการณ์เดิม.. สถานการณ์ที่ผมถูกมองว่าเป็นคนดีที่แสนอดทน อ่อนโยนและให้อภัยได้เสมอ เพราะในความเป็นจริงแล้วผมเองก็อดทนและอ่อนโยนได้ถึงจุดหนึ่งเท่านั้น ผมเลือกเดินจากมาก็เพราะผมนึกถึงตัวเองมากกว่านึกถึงอิสุรุ ผมเหนื่อย ผมล้า ผมไม่สบายใจ แม้ผมยังรักอิสุรุ.. แต่ผมไม่มีความสุขกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่อีกแล้ว มันเต็มไปด้วยความคาดหวัง ความกดดัน แม้กระทั่งความรักที่ได้มา ผมก็ยังไม่รู้ว่าเป็นรักที่อิสุรุรักผมอย่างที่เป็นผม หรือผมที่อยู่ในจินตนาการของอิสุรุกันแน่

'รุ่นพี่เป็นคนเห็นแก่ตัว!'

ถ้าการที่ผมรักตัวเอง นึกถึงตัวเองมากกว่านึกถึงคนอื่นบ้างมันทำให้ผมเห็นแก่ตัว ผมก็ยินดีจะเป็นคนเห็นแก่ตัว.. เพราะมันย่อมให้อิสรภาพและความสบายใจมากกว่าการเป็นคนดีที่แสนจะอดทนและให้อภัยได้ทุกเมื่อเป็นไหนๆ

'ผมจะไม่ลืมเลยว่ารุ่นพี่เป็นฝ่ายทิ้งผมไป ไม่มีวัน!'

ถ้าการที่ผมเห็นว่าคนสองคนต้องทุกข์ในการอยู่ร่วมกันมากกว่าสุข แล้วเลือกที่จะยุติมันเสียเพื่อให้เราทั้งคู่ได้ไปพบเจอสิ่งที่ดีกว่า.. มันคือการที่ผม 'ทอดทิ้ง' อีกฝ่าย ผมก็ยอมจะเป็นคนเลวตามนั้น

อิสุรุเคยบอกผมว่าการอยู่กับผมคือความสุข แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงทำไมอิสุรุถึงทุกข์ใจกับการกระทำของผมแทบจะทุกอย่าง หากผมต้องการอิสรภาพสักนิดอิสุรุก็รู้สึกว่าผมละเลย ไม่รัก ไม่ให้ความสำคัญ ทั้งๆที่ผมรักอิสุรุมากกว่าใครมาเสมอ เมื่อทะเลาะโต้เถียงกันจนผมไม่พอใจและเหนื่อยหน่ายบ้าง อิสุรุก็ต้องทรมานกับความกังวลว่าผมจะรักอิสุรุน้อยลงและอาจสูญเสียผมไป

ตั้งแต่เมื่อไรหนอ.. ที่อิสุรุอยู่กับผมด้วยความกลัว ความหวาดระแวง แทนที่จะเป็นความรักเหมือนเมื่อตอนเริ่มต้น? ยิ่งเห็นอิสุรุกระวนกระวายผมก็ยิ่งรู้สึกไม่เป็นสุข นี่ผมทำให้คนคนหนึ่งต้องทุกข์ถึงขนาดนี้เชียวหรือ

และทุกครั้งที่เห็นอิสุรุปวดร้าวผมเองก็ปวดร้าว เพราะไม่ว่าจะรัก จะตอกย้ำ จะทำให้มั่นใจเท่าไร คนที่ผมให้ความรักมากที่สุดกลับไม่เคยเชื่อในความรักนั้นเลย

'ผมไม่เชื่อ อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อผมหน่อยเลย รุ่นพี่ไม่อยากอยู่กับผมแล้ว ไม่ต้องการผมแล้ว ผมมันเป็นแค่คนที่สร้างความเดือดร้อนความไม่สบายใจให้ ทำไมไม่บอกมาตรงๆ!?'

อิสุรุถูกตรงที่ว่าผมไม่ได้ทำเพื่อเขาทีเดียวนัก เพราะเมื่อเวลาผ่านไปผมก็ถึงได้รู้ว่าผมทำเพื่อตัวเองมากกว่า คนในที่แดดร้อนเปรี้ยงพยายามแสวงหาร่มไม้เพื่อความสบายกายฉันท์ใด เหตุการณ์หรือวงจรไหนที่ทำให้ผมไม่สบายใจ ผมก็ต้องดิ้นรนให้ตัวเองหลุดออกมาฉันท์นั้น..

แต่หากผมไม่อยากอยู่กับอิสุรุ ไม่ต้องการอิสุรุ เห็นอิสุรุเป็นแค่คนที่สร้างความเดือดร้อนไม่สบายใจให้จริงดังคำครหา แล้วทำไมผมถึงยังระลึกถึงอิสุรุ ยังเป็นห่วง และอยากให้เขารู้ว่าผมรักเขาอยู่จนทุกวันนี้?

ผมไม่ใช่พ่อพระ ผมไม่ใช่พระเอกนิยาย ผมมีความเห็นแก่ตัว ผมโกรธเป็น เจ็บเป็น และปล่อยวางได้ยาก.. ไม่ต่างจากมนุษย์อีกหลายพันล้านคนบนโลก ด้านหนึ่งของใจยังมีร่องรอยแห่งบาดแผลติดอยู่เสมอ จึงไม่อาจกลับไปวังวนเดิมที่คลื่นลมยังไม่สงบนิ่ง และอาจโถมซัดมาเซาะแผลเก่าให้เปิดออกเมื่อไรก็ได้

แต่อีกด้านหนึ่งของใจก็ยังโหยหาอดีต เมื่อครั้งที่เรารักกันและมีความสุขกับทุกสิ่งทุกอย่าง แม้มันจะแสนสั้นแต่เมื่อนึกถึงก็ยังระบมในอก เพราะผูกพันราวกับว่าเราเคยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานนับร้อยปี

แม้ผมจะเป็นฝ่ายเลือกเดินจากมา แต่ความทุกข์ทรมานนั้นก็ไม่ได้น้อยไปกว่าผู้ที่รู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลังเลย ซ้ำยังไม่มีข้ออ้างใดจะคร่ำครวญ เพราะตัวเองเป็นผู้ตัดสินใจ แต่จะให้ผมทำอย่างไร.. ในเมื่อการที่ผมอยู่เคียงข้างอิสุรุตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีแต่ทำให้อิสุรุกลัวว่าจะสูญเสียมากกว่าจะสุขใจเพราะเป็นที่รัก มีแต่ทำให้อิสุรุเหนื่อยกับความพยายามที่จะต้องทำให้ผมพอใจและเห็นชอบ มากกว่าจะรู้สึกอบอุ่นใจที่มีใครสักคนรักเขาอย่างที่เขาเป็นอย่างแท้จริง?

อิสุรุอาจไม่ได้ถูกใจผมทุกอย่าง อาจมีบางอย่างในตัวที่ผมเห็นแล้วอยากให้เขาเปลี่ยน อาจมีบางสิ่งที่ผมเชื่อว่าเขาทำได้ดีกว่านั้น แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นได้อย่างใจผมหรือไม่ ผมก็ไม่เคยให้ประเด็นเหล่านั้นมาเป็นปัจจัยในการรักเขามากขึ้นหรือน้อยลง ผมคงพลาดเองที่ไม่เคยบอกเขาให้เข้าใจ ปล่อยให้เขาแบกรับความทุกข์ใจนั้นไว้ตามลำพังโดยไม่รู้ตัว

แต่เมื่อผมทำให้เขาทุกข์ใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ และอึดอัดใจกับสิ่งที่เขาพยายามเป็นเพื่อผม ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมสมควรจะเดินจากมา ดังนั้น เหตุผลที่รองไปจากความต้องการจะบรรเทาทุกข์ในใจของตัวผมเองแล้ว ก็คือผมอยากให้เขาได้เปิดโอกาสให้ตัวเองไปอยู่กับคนที่ทำให้เขามีความสุขมากกว่า รู้สึกหวาดระแวงน้อยกว่า และเป็นที่รักมากกว่า.. เสียที





เมื่อบุหรี่มวนที่สามถูกขยี้ให้ดับไป ผมก็กลับมานั่งที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง..

".........."

เอื้อมมือไปจับเมาส์.. แล้วกดปิดหน้าต่างที่มีข้อความสั้นๆนั่นทิ้งไปเสีย

ที่อยู่ๆผมลุกมาเขียนอีเมลนี้ เหตุผลก็เพราะห่วงหา นึกถึง และอยากจะบอกอิสุรุอีกสักครั้งว่าผมรักเขา..

แต่ผมจะทำไปเพื่ออะไร แล้วให้มันได้อะไรขึ้นมา?

เพราะไม่อยากให้อิสุรุมองว่าผมเป็นฝ่ายทอดทิ้ง ไม่อยากให้ตัวเองดูเหมือนคนใจร้าย และอยากจะให้อิสุรุยังพอมีความรู้สึกดีๆกับผม ไม่โกรธ ไม่เกลียดผม.. ใช่ไหม?

แต่ในเมื่อผมทำโดยนึกถึงตัวเองมามากพอแล้ว ก็ไม่ควรจะไปพยายามแก้ตัวหรือแสดงความห่วงหาเพียงเพื่อจะได้กู้ภาพเดิมๆที่ดูเหมือนพี่ชายแสนดีกลับคืนมาอีก ผมควรถูกโกรธ ถูกเกลียด ถูกมองว่าเป็นฝ่ายทอดทิ้งไปแบบนี้ก็นับว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว

เพราะนี่เป็นทางเดียวที่ผมจะได้ตกจากที่สูง ได้ร่วงลงมาจากความคาดหวังทั้งหลายที่บดบังความเป็นตัวตนของผมจริงๆเสียที แม้มันจะเจ็บ จะถลอกปอกเปิกไปบ้าง แต่อย่างน้อยผมก็ได้กลับสู่พื้นดินมาคลุกฝุ่นเหมือนคนธรรมดาทั่วไป คนธรรมดาที่ไม่พิเศษ ไม่สำคัญที่สุดสำหรับใครที่ไหน และแม้จะได้ความชิงชังมาแทนความรัก แต่ก็มีพื้นที่ให้ทำผิดพลาดและอิสรภาพที่จะเป็นได้อย่างใจโดยไม่ทำให้คนที่รักต้องเจ็บปวดและผิดหวัง

'คนรักกันไม่มีทางหรอกครับที่จะทำแบบนี้!'

ถ้าที่ผ่านมาอิสุรุไม่เคยเชื่อว่าผมรัก แล้วข้อความสั้นๆที่ส่งไปนี่น่ะหรือ.. จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้?

ผมยิ้มเศร้าๆ แล้วตัดสินใจปิดคอมพิวเตอร์

".........."

หากอิสุรุจะโกรธ จะแค้น จะไม่มีวันให้อภัยผม ผมย่อมเข้าใจ แต่ที่ผมไม่เคยเข้าใจคือที่เขาไม่เคยเชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าผมรักเขา ไม่ว่าจะเป็นเมื่อครั้งเราอยู่ด้วยกันหรือเมื่อผมเดินจากมา

ความรักของผมอาจไม่ใช่ความรักที่เลอเลิศ แต่มันก็เป็นความรักที่มาจากใจ.. แม้จะเป็นใจที่มีอคติ มีข้อตัดสินส่วนบุคคล แต่เมื่อมีความรักเกิดให้ใคร รักนั้นย่อมถูกกลั่นกรองจากหัวใจส่วนที่บริสุทธิ์และใสสะอาดที่สุด แต่มันอาจไม่ดีพอ.. ไม่มากพอ.. สำหรับผู้ที่ผมอยากมอบให้เสมอไป

ผมอาจจะทำตัวเลวไปบ้าง พลาดพลั้งไปบ้าง แต่ก็ใช่ว่าผมไม่พยายาม

และผมทำได้ดีที่สุดเท่านี้จริงๆ

ผมเดินกลับมาที่เตียง แม้จะรู้ว่าไม่สามารถข่มตาหลับได้ง่ายๆ.. แต่มันก็ยังดีกว่าหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับเรื่องที่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากให้เวลาเป็นตัวช่วย อนาคตอาจนำเรากลับมาพบพานกันอีกครั้ง หรืออาจต่างฝ่ายต่างไปมีชีวิตใหม่โดยไม่เจ็บปวดยามเมื่อนึกถึงกันอีกต่อไป ไม่มีใครหยั่งรู้ได้..

อย่างไรก็ดี แม้หลายสิ่งหลายอย่างไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ความรักนี้จะยังคงอยู่.. แม้จะมีผมเพียงคนเดียวที่รับรู้และเชื่อว่ามันมีจริงก็ตาม





:: The End :::::

0 ความคิดเห็น:

 
R's Journal - by Templates para novo blogger